เลอาจำใบมิ้นได้จากกระเป๋าสีดำ ก่อนจะทันเห็นว่าเจ้าตัวกำลังโบกมือเรียกอยู่ข้างป้ายรถรับส่ง
“เลอา! ทางนี้”
เธอเก็บโทรศัพท์แล้วรีบเดินเข้าไปหา
“ฉันกำลังจะส่งข้อความถามเลยว่าแกอยู่ไหน”
“เห็นแกก้มดูแผนที่ตั้งแต่ตรงโน้นแล้ว นึกว่าจะเดินผ่านกันไปอีก”
ทั้งคู่รู้จักกันผ่านกลุ่มไลน์นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน จากคำถามเรื่องจุดลงทะเบียน กลายเป็นบทสนทนาเรื่องร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย ก่อนนัดมาเจอกันเช้าวันนี้
ใบมิ้นมองเลยไปทางถนน
“ป๊าแกไปแล้วเหรอ”
“เพิ่งไป เมื่อกี้ยังถามอยู่เลยว่าจะให้เดินมาส่งไหม”
“แล้วแกว่าไง”
“บอกว่ามีเพื่อนรออยู่แล้ว”
“งั้นไปกัน เพื่อนคนนี้ก็ยังไม่รู้ทางเหมือนกัน”
เลอาหยุดเดิน
“อ้าว”
ใบมิ้นหัวเราะแล้วชูโทรศัพท์ “มีแผนที่น่า”
“ฉันก็มี เมื่อกี้ยังเกือบเดินเลยแก”
ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน ความเกร็งจากการเจอกันครั้งแรกคลายลงก่อนเดินถึงลานคณะเสียอีก
วันนี้เป็นกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่รวมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีหนึ่งจากทุกสาขามาทำความรู้จักกัน ก่อนแยกไปพบรุ่นพี่สาขาของตัวเองในวันถัดไป หน้าอาคารจึงเต็มไปด้วยโต๊ะลงทะเบียน ป้ายบอกทาง และรุ่นพี่ที่เดินขนอุปกรณ์สวนกันไปมา
เลอากำลังมองหาป้ายสาขาคอมพิวเตอร์ ตอนใบมิ้นสะกิดแขนเธอ
“แก ดูนั่น”
Nissan Silvia S15 สีเข้มเลี้ยวเข้าช่องจอด ชายหนุ่มที่ก้าวลงจากรถสวมเสื้อช็อปกรมท่าทับเสื้อยืดดำ ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลัง เผยใบหน้าที่เลอาจำได้ทันที
“พี่ฉลามนี่”
ใบมิ้นหันขวับ “แกรู้จักด้วยเหรอ”
“รู้จักสิ”
“หนุ่มฮ็อตวิศวะเลยนะ รูปพี่เขาอยู่ในเพจมหา’ลัยบ่อยมาก”
เลอามองกลับไปอีกครั้ง
ฉลามเพียงก้มลงหยิบกระเป๋าจากรถ แต่หญิงสาวสองคนที่เดินผ่านกลับชะลอฝีเท้า คนหนึ่งหันไปกระซิบกับเพื่อนแล้วหัวเราะเบา ๆ
เธอเลิกคิ้ว
พี่คนสวยของเธอมีชื่อเสียงขนาดนั้นเลยหรือ
ฉลามปิดประตูรถ พอเห็นเธอก็เดินตรงเข้ามา
“มายังไง”
“มากับใบมิ้นค่ะ เพิ่งเจอกันวันนี้เอง”
เธอผายมือไปทางเพื่อน ใบมิ้นทักสวัสดี ฉลามพยักหน้ารับ ก่อนมองแถวลงทะเบียนที่เริ่มยาวขึ้น
“ไปลงชื่อก่อน เดี๋ยวคนเยอะ”
“ฉันรู้แล้วน่า พี่คนสวย”
มุมปากของเขาขยับนิดหนึ่ง ก่อนเดินผ่านไปทางโต๊ะทีมงาน
ใบมิ้นรอจนเขาพ้นระยะแล้วขยับเข้ามาถามทันที
“แกรู้จักพี่เขาหรอ”
“แค่รู้จักกันตั้งแต่เด็กน่ะ”
“แล้วทำไมเมื่อกี้ทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าพี่เขาฮ็อต”
เลอามองตามแผ่นหลังฉลาม
“ฉันไม่รู้เลย ก็เพิ่งจะรู้จากแกนี่แหละ”
หลังลงทะเบียน เลอากับใบมิ้นได้ป้ายชื่อสีฟ้าและถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน สาวสองรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะ บนป้ายชื่อเขียนว่า ‘ดัชชี่’
“กลุ่มนี้ยังว่างไหม ดัชชี่คนสวยขออยู่ด้วยคนสิคะ”
“ว่างพอดีเลย” ใบมิ้นขยับให้ “ฉันใบมิ้น นี่เลอา”
ดัชชี่ยิ้มให้ทั้งคู่ ก่อนก้มดูแผนที่บริเวณงานในมือเลอา
“ดีเลย มีคนถือแผนที่แล้ว ฝากชีวิตด้วยนะ ฉันเดินเลยโต๊ะลงทะเบียนไปสองรอบสามรอบแล้ว”
“ฉันกับใบมิ้นก็เพิ่งมาครั้งแรก”
ดัชชี่เงียบไปครู่หนึ่ง
“งั้นเราต้องจับกลุ่มกันให้แน่น หลงจะได้หลงพร้อมกัน”
เลอาหัวเราะ ก่อนรู้จากการคุยกันว่าดัชชี่เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เหมือนพวกเธอ และเคยตอบข้อความกันในกลุ่มไลน์มาแล้ว เพียงแต่รูปโปรไฟล์ของอีกฝ่ายเป็นแมวหน้าบึ้งจนเธอจำไม่ได้
เสียงไมโครโฟนดังขึ้นจากกลางลาน
“น้อง ๆ ครับ ใครยังไม่ได้กลุ่มยกมือขึ้นครับ ส่วนใครที่ได้กลุ่มแล้วอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจตามคนหน้าตาดีไปนะครับ เพราะพี่นับคนครบแล้ว”
ริวยืนยิ้มอยู่ข้างโต๊ะอุปกรณ์ พอเห็นเลอาก็ยกมือทัก เธอโบกตอบ
ดัชชี่มองตามแล้วหันมากระซิบ
“แกมีคนรู้จักกี่คนเนี่ย”
“เจอพี่เขาเมื่อวันก่อนเอง”
“อ๋อ ฉันนึกว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นญาติแกครึ่งหนึ่งแล้ว”
เลอาหลุดหัวเราะจนต้องยกกระดาษขึ้นบังหน้า
ริวอธิบายต่อว่ากิจกรรมเช้านี้เป็นเกมสั้น ๆ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันทำภารกิจตามโต๊ะรอบลาน ใครทำครบก็รับขนมกับคูปองเครื่องดื่ม ก่อนแยกย้ายไปกินข้าวกลางวัน
“ส่วนพวกพี่อยู่ปีสองวิศวะเครื่องยนต์นะครับ วันนี้มาช่วยงานรวมคณะ ใครเรียนคอมก็ไม่ต้องตกใจ ยังไม่ได้เดินผิดงาน”
เรย์เดินมาหยุดข้างพวกเธอพร้อมแฟ้มรายชื่อ
“สามคนนี้กลุ่มเดียวกันใช่ไหม พี่เรย์นะ เดี๋ยวดูแลกลุ่มนี้”
ดัชชี่ยกมือทันที
“พี่ช่วยเล่นเกมได้ไหมคะ”
“ถ้าพี่เล่นด้วย ขนมต้องแบ่งสี่คนนะ”
เธอลดมือลง
“พี่ยืนให้กำลังใจก็ได้ค่ะ”
ใบมิ้นกับเลอาหัวเราะพร้อมกัน เรย์ส่ายหน้า แต่ริมฝีปากมีรอยยิ้มบาง ๆ
ภารกิจที่โต๊ะของพวกเธอคือใช้หนังยางที่ผูกเชือกไว้สามด้านช่วยกันคีบแก้วกระดาษขึ้นวางเป็นชั้น แต่ละคนจับปลายเชือกได้เพียงเส้นเดียวและห้ามใช้มือแตะแก้ว
เลอามองอุปกรณ์แล้วรวบผมตัวเองขึ้นอย่างกระตือรือร้น
“เอาเลย แกจับฝั่งนั้น ใบมิ้นอยู่ตรงกลาง”
“แกเคยเล่นเหรอ” ดัชชี่ถาม
“ไม่เคย แต่ดูแล้วไม่น่ายาก”
สิบวินาทีต่อมา แก้วใบแรกก็กระเด็นออกนอกโต๊ะ
ทั้งสามหันไปมองมันพร้อมกัน
เรย์ก้มเก็บกลับมาวางให้เงียบ ๆ
“เมื่อกี้ใครบอกไม่ยากนะ” ใบมิ้นถาม
“ยังไม่ได้พูดว่าไม่ยากสำหรับใคร”
“เลอา!”
เธอหัวเราะก่อนดึงเชือกกลับมา
“เอาใหม่ คราวนี้นับพร้อมกัน หนึ่ง สอง สาม”
พวกเธอลองผิดลองถูกอีกสองครั้ง ก่อนเริ่มจับจังหวะได้ เลอาเป็นคนคอยนับ ใบมิ้นดูตำแหน่ง ส่วนดัชชี่ค่อย ๆ ผ่อนเชือกให้แก้วลงตรงช่อง
ตอนถึงใบสุดท้าย ทั้งสามโน้มตัวเข้าหาโต๊ะพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
“เบา ๆ ดัชชี่ อย่าเพิ่งปล่อย”
“ฉันเกร็งจนจะยกทั้งโต๊ะแล้ว”
แก้ววางลงบนยอดพอดี
เลอาชูมือขึ้นทันที “ได้แล้ว!”
ดัชชี่พูดขึ้น “เฮ้อ ได้สักที ฉันเกร็งจนแขนสั่นไปหมดแล้วค่ะ”
เธอหันไปตบมือกับเพื่อนทั้งสอง เสียงหัวเราะดังจนริวเดินมาดู
“กลุ่มนี้ชนะหรือถูกลอตเตอรี่ครับ”
“ได้ขนมเหมือนกันไหมคะ” เลอาถามกลับ
“ได้ครับ”
“งั้นดีใจไว้ก่อน”
ริวหัวเราะแล้วประทับตราลงบนบัตรให้ เรย์ชี้ไปยังโต๊ะส่งบัตรหน้าอาคาร พวกเธอจึงช่วยกันเก็บอุปกรณ์ก่อนเดินไปด้วยกัน
ด้านหน้าอาคารมีทีมงานกำลังขยับโต๊ะและย้ายป้ายกิจกรรมเพื่อเตรียมพื้นที่ช่วงบ่าย ฉลามกับเซนต์อยู่ข้างเต็นท์ ห่างจากจุดส่งบัตรเพียงไม่กี่ก้าว
เลอาหยุดรอใบมิ้นที่กำลังหาบัตรในกระเป๋า
“อยู่ช่องหน้า แกเพิ่งใส่เมื่อกี้”
“นี่ไง เจอแล้ว”
เลอายื่นมือไปรับ
เสียงโลหะครูดพื้นดังขึ้นข้างหลัง
รุ่นพี่สองคนกำลังย้ายขาตั้งป้าย แต่ขาข้างหนึ่งติดขอบพื้น พอออกแรงดึง โครงป้ายด้านบนก็เสียหลักเอนลงมา
“น้อง ระวัง!”
เลอาหันไปตามเสียง
เงาของป้ายเคลื่อนเข้ามาเร็วเกินกว่าจะหลบทัน
“เลอา!”
ฉลามวางกล่องในมือลงแล้ววิ่งเข้ามา มือหนึ่งคว้าต้นแขนเธอ อีกแขนรวบรอบเอว ดึงจนร่างเธอเซเข้าหาเขาเต็มแรง
เขาหมุนตัวพาเธอพ้นทาง ถอยเสียหลักไปชนขอบโต๊ะ แต่แขนที่กอดอยู่กลับกระชับขึ้น ขณะที่โครงป้ายล้มกระแทกพื้นดังโครมตรงจุดที่เธอเพิ่งยืน
เลอาสะดุ้ง มือกำเสื้อช็อปเขาแน่น
ชั่วขณะหนึ่งเธอได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ใกล้หู ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเป็นของใคร
“โดนไหม”
ฉลามก้มลงถาม
เธอเงยหน้า ระยะใกล้ทำให้เห็นคิ้วของเขาขมวดแน่น สายตากวาดมองใบหน้าและแขนเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่ค่ะ”
เขายังไม่ปล่อยจนเธอลองขยับเท้าแล้วยืนได้มั่นคง เลอาถึงค่อยคลายนิ้วจากเสื้อเขา
ใบมิ้นกับดัชชี่รีบเข้ามาหา ส่วนเรย์กันคนออกจากบริเวณนั้น เซนต์ช่วยรุ่นพี่ยกโครงป้ายวางราบกับพื้น
“แกเป็นอะไรไหม” ใบมิ้นถาม
“ไม่โดนเลย” เลอาตอบ ก่อนหันกลับไปหาฉลาม
เมื่อครู่เธอได้ยินเสียงเขาชนโต๊ะ
และตอนนี้มือของเขาก็กำลังกดอยู่ตรงสะโพกข้างนั้น
“พี่เจ็บนี่”
ฉลามลดมือลง “ชนโต๊ะนิดหน่อย”
เลอามองขอบโต๊ะแล้วขมวดคิ้วตาม
“พี่ไปนั่งก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันเอาถุงประคบมาให้”
“ไม่ต้อง”
“เมื่อกี้ฉันยังยอมให้พี่ลากมาเลย ทีนี้พี่ยอมฉันบ้างสิคะ”
ฉลามมองเธอ
ดวงตาเธอยังเบิกกว้างจากความตกใจ แต่ตอนนี้เลอายืนกอดอกเหมือนจะไม่ยอมขยับจนกว่าเขาจะตอบ
สุดท้ายเขาก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งใต้เต็นท์
เลอาหันไปหาเพื่อนทันที
“ฝากกระเป๋าหน่อย เดี๋ยวมา”
“ฉันไปด้วย” ดัชชี่รับกระเป๋าส่งให้ใบมิ้น แล้วรีบตามเธอไปยังจุดปฐมพยาบาล
ตอนกลับมา ฉลามนั่งคุยกับเซนต์อยู่บนม้านั่ง เขาเงยหน้ามองถุงประคบเย็นที่เลอายื่นให้ ก่อนรับไปแนบตรงสะโพกตามคำแนะนำของรุ่นพี่จากจุดปฐมพยาบาลที่เดินมาด้วยกัน
เลอารอจนรุ่นพี่ถามอาการเรียบร้อยแล้วถึงนั่งลงข้างเขา
“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
เซนต์หันมามองเธอ
แล้วหันไปมองฉลาม
เลอาเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป แต่คราวนี้เธอไม่หลบ กลับยิ้มให้ฉลามอย่างท้าทายนิด ๆ
“จะเถียงเหรอคะ”
เขาส่ายหน้าเบา ๆ
เซนต์ลุกขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
“กูไปช่วยเขาเก็บป้ายก่อน”
เมื่อเพื่อนเขาเดินออกไป เลอาก็เงียบลงชั่วครู่ เสียงคุยรอบลานเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ตรงแขนกับเอวยังเหมือนมีความอุ่นจากมือของฉลามติดอยู่
เธอก้มมองชายเสื้อช็อปที่ยับเพราะถูกตัวเองกำ
“ขอบคุณนะคะ พี่ฉลาม”
เขาหันมา
“เมื่อกี้ฉันไม่ทันเห็นจริง ๆ”
“อือ”
เธอเอื้อมไปดึงชายเสื้อเขาให้เรียบอย่างเก้อ ๆ
“เสื้อยับหมดเลย”
“ช่างมัน”
คำตอบสั้น แต่เขาไม่ได้ขยับหนีตอนมือเธอแตะเสื้อ
เลอาจัดได้สองทีแล้วก็หยุด เพราะเพิ่งตระหนักว่าเขากำลังมองหน้าเธออยู่ แทนที่จะมองรอยยับที่เธอพยายามแก้
เธอรีบเก็บมือกลับมาวางบนตัก
ฉลามเลื่อนขวดน้ำที่ยังไม่เปิดมาตรงหน้า
“ดื่มก่อน”
เลอารับไปหมุนฝา ก่อนเหลือบมองถุงประคบในมือเขาอีกครั้ง
“ห้ามแอบเอาออกนะคะ”
เขามองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมุมปากก็ยกขึ้นบาง ๆ
เลอาลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองกำลังจะดื่มน้ำ
รุ่นพี่ที่ย้ายป้ายเข้ามาขอโทษอีกครั้ง ก่อนพวกเธอแยกไปส่งบัตรภารกิจ เลอายืนยันว่าไม่บาดเจ็บและโทรเล่าให้ป๊าฟังเรียบร้อยแล้ว หลังตอบคำถามซ้ำอยู่สองรอบ ปลายสายจึงยอมวางโดยกำชับให้บอกหากมีอาการผิดปกติ
พอกลับถึงโต๊ะ ริวก็ยื่นถุงขนมกับคูปองเครื่องดื่มให้
“ครบครับ กลุ่มนี้ผ่าน”
ดัชชี่รับถุงมาเปิดดูทันที
“คุ้มกับที่เกือบเป็นตะคริวตอนดึงเชือกอยู่”
“ขนาดนั้นเลย?” ริวถาม
“พี่ไม่ได้เห็นตอนแก้วจะล้ม ทุกคนฝากความหวังไว้ที่มือหนู”
ใบมิ้นหันไปมองเลอา
“คนที่ร้องว่าไม่ไหวแล้ว ปล่อยได้ไหม ใช่คนนี้หรือเปล่า”
“แกก็อย่ารื้อฟื้นต่อหน้ารุ่นพี่สิ”
เลอาหัวเราะออกมา คราวนี้ความเกร็งในอกคลายลงจนแทบหมด เธอแบ่งขนมกับเพื่อนแล้วชวนกันไปหาอาหารกลางวัน ก่อนกลับมาทำกิจกรรมช่วงบ่ายต่อ
ระหว่างเดิน ใบมิ้นกระซิบถาม
“เมื่อกี้แกบอกพี่ฉลามว่าน่ารักเหรอ”
เลอาหันขวับ “แกได้ยิน?”
“ได้ยินสิ ฉันนั่งอยู่ข้างหลัง”
“ฉันหมายถึงที่พี่เขายอมประคบ”
“ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไร”
ดัชชี่เดินเข้ามาเกี่ยวแขนเลอาอีกข้าง
“ปล่อยใบมิ้นไปก่อน ตอนนี้ช่วยเลือกว่าจะกินข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว เพราะฉันหิวมากคิดเรื่องอื่นไม่ไหวแล้วค่ะ”
เลอามองร้านอาหารตรงหน้าอย่างขอบคุณที่อย่างน้อยยังเปลี่ยนเรื่องได้
ก่อนโทรศัพท์ในกระเป๋าจะสั่นขึ้น
ข้อความจากป๊า
เย็นนี้กลับกับพี่ฉลามนะ ป๊าคุยกับพี่เขาไว้แล้ว
เธอหยุดอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ใบมิ้นจึงชะโงกมาถาม
“ป๊าว่าไง”
“ให้กลับกับพี่ฉลาม”
เพื่อนสองคนหันมองหน้ากัน
เลอาชี้ทันที
“ไม่ต้องเลย ป๊าแค่ฝากมารับเฉย ๆ”
“ฉันยังไม่ได้พูด” ใบมิ้นตอบ
“ฉันก็ยังไม่ได้พูด” ดัชชี่เสริม
“แต่พวกแกกำลังจะพูด”
ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน เลอาส่ายหน้าแล้วก้มพิมพ์ตอบป๊า ข้อความจากฉลามก็เข้ามาพอดี
เลิกแล้วบอก
เธอมองกลับไปทางเต็นท์ทีมงาน
ฉลามนั่งอยู่ที่เดิม ถุงประคบยังแนบอยู่ข้างสะโพกตามที่เธอกำชับ เขาก้มอ่านโทรศัพท์ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ
เลอาชูนิ้วโป้งให้จากระยะไกล
เขามองอย่างสงสัยนิดหนึ่ง เธอจึงพิมพ์เพิ่ม
ดีมากค่ะ พี่คนสวย ไม่แอบเอาถุงประคบออก
เธอเห็นเขาก้มอ่าน
แล้วส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
ไปกินข้าวได้แล้ว
เลอายิ้มตามโดยไม่ทันระวัง
“ยิ้มอะไร” ใบมิ้นถาม
“เปล่า”
ดัชชี่เหลือบมองโทรศัพท์ในมือเธอ แต่ยอมเดินนำไปที่ร้านอาหารโดยไม่แซวต่อ
เลอากดดับหน้าจอแล้วเดินตามเพื่อน
เช้านี้เธอเพิ่งรู้ว่าพี่คนสวยเป็นหนุ่มฮ็อตของมหาวิทยาลัย
แต่สิ่งที่ทำให้เธอเผลอยิ้มอยู่ตอนนี้ กลับเป็นภาพคนคนนั้นนั่งประคบเย็นตามคำสั่งเธออย่างว่าง่ายต่างหาก
